ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่แท้จริงไม่ใช่ขายฝาก สัญญาขายฝากที่ไม่ได้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงานเป็นโมฆะ
โจทก์ฟ้องว่า ขายฝากที่ดินไว้ แต่ได้ทำสัญญาเป็นซื้อขายกรรมสิทธิ์ต่อกัน โดยไม่มีเจตนาจะผูกพัน หากสัญญาขายฝากที่อ้างไม่ได้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เพราะการขายฝากที่อ้างนั้นเป็นโมฆะ (อ้างฎีกาที่ 352/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่แท้จริงไม่ใช่ขายฝาก สัญญาที่ทำโดยไม่ผูกพันถือเป็นโมฆะ
โจทก์ฟ้องว่า ขายฝากที่ดินไว้ แต่ได้ทำสัญญาเป็นซื้อขายกรรมสิทธิต่อกัน โดยไม่มีเจตนาจะผูกพัน หากสัญญาขายฝากที่อ้างไม่ได้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าเป็นนิติกรรมจำนองหรือไม่ เพราะการขายฝากที่อ้างนั้นเป็นโมฆะ.
(อ้างฎีกาที่ 352/2492)
(อ้างฎีกาที่ 352/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการให้เนื่องจากผู้รับประพฤติเนรคุณ: การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในลักษณะแพ่ง
คดีเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น การชั่งน้ำหนักพะยานหลักฐานแห่งคดี จึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่ง กล่าวคือเทียงเคียงน้ำหนักคำพะยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤตติการณ์แห่งคดีว่าควรจะเชื่อฝ่ายใด ศาลไม่จำต้องพิเคราะห์คำพะพยาน หลักฐานอย่างคดีอาญาอันว่าด้วย การที่จำเลยจะต้องรับโทษ
พฤตติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2).
พฤตติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2).
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกถอนคืนการให้เพราะผู้รับประพฤติเนรคุณ: การพิจารณาพยานหลักฐานตามลักษณะความแพ่ง
คดีเรียกถอนคืนการให้ เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณนั้น การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแห่งคดี จึงควรเป็นไปโดยลักษณะความแพ่งกล่าวคือเทียบเคียงน้ำหนักคำพยานทั้งสองฝ่ายประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีว่าควรจะเชื่อฝ่ายใด ศาลไม่จำต้องพิเคราะห์คำพยานหลักฐานอย่างคดีอาญาอันว่าด้วย การที่จำเลยจะต้องรับโทษ
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2)
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้รับประพฤติเนรคุณ โดยผู้รับได้หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง ตามมาตรา 531(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การออกใบรับเงินจากการขายสินค้าแบบผ่อนชำระ: จำเลยไม่มีหน้าที่ออกใบรับทุกครั้งที่รับเงิน หากไม่ใช่การขายผ่อนที่มีเงื่อนไข
เจ้าของโรงค้าซึ่งเสียภาษีโรงค้าได้ขายของราคา 18 บาท ผู้ซื้อได้ผ่อนใช้ไปคราวแรก 15 บาท ผู้ขายได้เขียนใบรับและปิดอากรแสตมป์ไว้แล้ว ตั้งใจว่าเมื่อชำระเงินครบจึงจะให้ใบรับ ดังนี้ จำเลยจึงยังไม่มีผิด.
(อ้างฎีกาที่ 235/2484)
(อ้างฎีกาที่ 235/2484)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การออกใบรับเงิน: ไม่ต้องออกใบรับทุกครั้ง หากขายสินค้าไม่ใช่การผ่อนชำระเป็นงวด
เจ้าของโรงค้าซึ่งเสียภาษีโรงค้าได้ขายของราคา 18 บาทผู้ซื้อได้ผ่อนใช้ไปคราวแรก 15 บาท ผู้ขายได้เขียนใบรับและปิดอากรแสตมป์ไว้แล้ว ตั้งใจว่าเมื่อชำระเงินครบจึงจะให้ใบรับ ดังนี้ จำเลยจึงยังไม่มีผิด (อ้างฎีกาที่ 235/2484)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลของคำท้าสืบพยานร่วม: การเบิกความไม่ตรงตามคำท้าทำให้คู่ความไม่ชนะคดีตามที่ตกลง
คำพะยานร่วมที่คู่ความท้ากันว่าหากเบิกความสมข้างฝ่ายใด ให้ผู้นั้นชนะคดี เมื่อพะยานที่ท้ากันเบิกความไม่สมข้างฝ่ายใด ก็ต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป
คู่ความท้ากันว่า หากพะยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความว่าจำนำกันก่อนผู้มีชื่อตาย โจทก์ยอมแพ้ หากจำนำภายหลังจำเลยยอมแพ้ หมายความว่าจำนำกันก่อนหรือหลัง ส่วนใครเป็นผู้จำนำไม่อยู่ในคำท้า.
คู่ความท้ากันว่า หากพะยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความว่าจำนำกันก่อนผู้มีชื่อตาย โจทก์ยอมแพ้ หากจำนำภายหลังจำเลยยอมแพ้ หมายความว่าจำนำกันก่อนหรือหลัง ส่วนใครเป็นผู้จำนำไม่อยู่ในคำท้า.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1770/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการท้าพยานร่วม: คำให้การต้องตรงกับประเด็นที่ท้า หากไม่ตรง สิทธิในการชนะคดีตามคำท้าเป็นอันตกไป
คำพยานร่วมที่คู่ความท้ากันว่าหากเบิกความสมข้างฝ่ายใดชนะคดีนั้น เมื่อพยานที่ท้ากันเบิกความไม่สมข้างฝ่ายใดก็ต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป
คู่ความท้ากันว่า หากพยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความว่าจำนำกันก่อนผู้มีชื่อตาย โจทก์ยอมแพ้ หากจำนำภายหลังจำเลยยอมแพ้ หมายความว่าจำนำกันก่อนหรือหลังส่วนใครเป็นผู้จำนำไม่อยู่ในคำท้า
คู่ความท้ากันว่า หากพยานที่มาเบิกความนั้นเบิกความว่าจำนำกันก่อนผู้มีชื่อตาย โจทก์ยอมแพ้ หากจำนำภายหลังจำเลยยอมแพ้ หมายความว่าจำนำกันก่อนหรือหลังส่วนใครเป็นผู้จำนำไม่อยู่ในคำท้า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1769/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่งอกริมตลิ่งต้องเป็นแปลงเดียวกับที่ดินเดิม หากมีถนนคั่นถือไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเจ้าของ
ที่งอกริมตลิ่งที่จะถือว่าเป็นของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ต้องเป็นที่งอกที่ติดต่อเป็นแปลงเดียวกับที่ดินของเจ้าของ หากมีถนนหรือทางหลวงคั่นอยู่ระหว่างที่ของเจ้าของที่งอกแล้วจะอ้างว่าที่งอกเป็นของตนด้วยไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1769/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่งอกริมตลิ่งต้องติดต่อกับที่ดินเดิม หากมีถนนคั่นถือเป็นคนละส่วน เจ้าของที่ดินเดิมจึงไม่มีสิทธิในที่งอกนั้น
ที่งอกริมตลิ่งที่จะถือว่าเป็นของเจ้าของที่ดินแปลงนั้นต้องเป็นที่งอกที่ติดต่อเป็นแปลงเดียวกับที่ดินของเจ้าของ หากมีถนนหรือทางหลวงคั่นอยู่ระหว่างที่ของเจ้าของที่งอกแล้วจะอ้างว่าที่งอกเป็นของตนด้วยไม่ได้