Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2524 — หน้า 88

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2524" (1454 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2751/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีความผิด
ในคดีเบิกความเท็จ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยเบิกความในคดีแพ่งเรื่องหนึ่งจริง แต่คดีนั้นโจทก์ขาดนัดพิจารณา.จึงไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยมิได้วินิจฉัยหรืออ้างอิงคำเบิกความของจำเลย คำเบิกความของจำเลยจึงไม่เป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า ยังฟังไม่ได้ว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นเท็จดังนี้เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิด โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2745/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจตรวจค้นจับกุมของตำรวจชั้นสารวัตร: การปฏิบัติงานชอบด้วยกฎหมาย
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมายความถึงเจ้าพนักงานในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งมีตำแหน่งสารวัตรตำรวจรวมอยู่ด้วยร้อยตำรวจเอก ม. ซึ่งเป็นสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นตำรวจชั้นสารวัตรย่อมเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และมีอำนาจตรวจค้นจับกุมได้ โดยไม่ต้องมีหมายจับหมายค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 78 วรรคท้าย และมาตรา 92 วรรคท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2745/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจตรวจค้นจับกุมของตำรวจชั้นสารวัตรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมายความถึงเจ้าพนักงานในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งมีตำแหน่งสารวัตรตำรวจรวมอยู่ด้วยร้อยตำรวจเอก ม. ซึ่งเป็นสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นตำรวจชั้นสารวัตรย่อมเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และมีอำนาจตรวจค้นจับกุมได้ โดยไม่ต้องมีหมายจับหมายค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 78 วรรคท้าย และมาตรา 92 วรรคท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องบริษัทประกันภัยกรณีรถชน: ผู้รับประกันภัยต้องรับผิดตามกรมธรรม์เมื่อผู้เอาประกันภัยประมาท
ขณะเกิดเหตุรถชนกันอันเป็นมูลกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1ขับรถประมาทกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างต้องร่วมรับผิดในค่าเสียหายให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันที่เกิดเหตุชนไว้กับจำเลยที่ 2 ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในค่าเสียหายตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2711/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจหน้าที่ออกบัตรประชาชนและเกณฑ์ทหาร: การฟ้องจำเลยที่ไม่มีอำนาจและพ้นตำแหน่ง
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทยได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 1 ที่ 2ซึ่งดำรงตำแหน่งนายอำเภอ น. และสัสดีอำเภอ น. ตามลำดับ เพื่อขอบัตรประจำตัวประชาชนและขอลงชื่อโจทก์ในบัญชีทหารกองเกิน จำเลยทั้งสองอ้างว่าโจทก์มิใช่ผู้มีสัญชาติไทยและไม่จัดการให้ ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้จำเลยออกบัตรประจำตัวประชาชนให้โจทก์ ลงชื่อโจทก์ในบัญชีทหารกองเกินและออกใบสำคัญทหารกองเกินให้โจทก์ ดังนี้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานตรวจบัตร ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2519 ออกตามความในพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชนและกฎกระทรวง ฉบับที่ 40 ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร กำหนดให้อำนาจหน้าที่ในการออกบัตรประจำตัวประชาชน อำนาจในการลงชื่อในบัญชีทหารกองเกินกับออกใบสำคัญทหารกองเกินเป็นของนายอำเภอท้องที่ หาใช่สัสดีอำเภอไม่จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจหน้าที่กระทำการตามที่โจทก์ขอในฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 1 ได้ความว่าโจทก์ฟ้องภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 พ้นตำแหน่งนายอำเภอ น. แล้ว และโจทก์มิได้ฟ้องนายอำเภอ น. แต่ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นส่วนตัว เมื่อขณะฟ้องจำเลยที่ 1 ไม่อาจปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ ศาลจึงมิอาจพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองหรือนายอำเภอ น. ซึ่งมิได้ถูกฟ้องคำขอที่ขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสัญชาติไทยเพื่อที่จะบังคับให้จำเลยทั้งสองออกบัตรประจำตัวประชาชนและออกใบสำคัญทหารกองเกินให้ จึงตกไปอยู่ในตัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2709/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภารจำยอมสิ้นสุดลงเมื่อมีทางออกอื่น การฟ้องให้เลิกภารจำยอมต้องพิสูจน์การไม่ได้ใช้ต่อเนื่องสิบปี
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า เดิมศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดให้โจทก์เปิดทางภารจำยอมให้จำเลย ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดปรากฏว่าที่ดินของจำเลยติดทางสาธารณะ เมื่อที่ดินของจำเลยมีทางออกสู่ทางสาธารณประโยชน์แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ที่ดินของโจทก์เป็นทางภารจำยอมอีกต่อไป ขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจดทะเบียนเลิกใช้ทางภารจำยอมในที่ดินของโจทก์ ดังนี้ เมื่อตามฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยฟังไม่ได้ว่า จำเลยยังไม่ได้เลิกใช้ทางภารจำยอมที่โจทก์ฟ้องเป็นเวลาสิบปี ทางภารจำยอมดังกล่าวจึงหาได้สิ้นไปไม่ โจทก์จะขอให้จำเลยเลิกใช้ทางภารจำยอมไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2707/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการถอนฟ้องคดี: ศาลมีอำนาจดุลพินิจ อนุญาตหรือไม่ก็ได้ ไม่ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริต
การที่ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจ และการที่โจทก์ขอถอนคำฟ้องเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตเพื่อเอาเปรียบในเชิงคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2707/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการอนุญาตถอนฟ้อง และการใช้สิทธิถอนฟ้องไม่ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริต
การที่ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนคำฟ้องเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจ และการที่โจทก์ขอถอนคำฟ้องเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าโจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่สุจริตเพื่อเอาเปรียบในเชิงคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2703/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่และการต่อเติมโดยไม่เป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษ สิทธิการเช่าต่อเนื่องไม่มีผลผูกพัน
จำเลยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์ แล้วก่อสร้างห้องน้ำห้องส้วม ต่อน้ำประปา ต่อไฟฟ้า สร้างเรือนครัว ซ่อมแซมห้อง และต่อเติมห้องหลังบ้าน เป็นความสมัครใจและเพื่อความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยทำการค้าของจำเลยเอง ถือไม่ได้ว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษกว่าสัญญาเช่าธรรมดา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2701/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขยายเวลาวางค่าธรรมเนียมอุทธรณ์: เหตุผลเจ็บป่วย/เดินทางไม่ทันไม่ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษ
ข้ออ้างของทนายจำเลยว่าได้แจ้งให้ตัวจำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางต่อศาลพร้อมยื่นอุทธรณ์แล้วแต่ตัวจำเลยไม่มาอาจเป็นเพราะเจ็บป่วยหรือมาไม่ทันรถก็อาจจะเป็นได้นั้น ดังนี้ ข้ออ้างดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าเป็นเพราะมีพฤติการณ์พิเศษอันศาลจะพึงขยายระยะเวลาให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23
of 146 ⏮ ◀ ▶ ⏭