Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 89

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภาระจำยอมโดยนิติกรรมต้องจดทะเบียนเพื่อให้บริบูรณ์ แม้ได้สัญญาแบ่งมฤดกก็ไม่ผูกพันจำเลยในการรื้อถอนจนกว่าจะจดทะเบียน
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ได้ภาระจำยอมทั้งโดยอายุความ 10 ปี และโดยนิติกรรมด้วย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้โดยนิติกรรมก็ใช้ได้
โจทก์เป็นทายาท จำเลยเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมฤดก ทำสัญญาแบ่งปันมฤดกกัน ซึ่งตามสัญญานี้ผูกพันทางเดินรายพิพาทซึ่งอยู่ในโฉนดของจำเลยให้ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ดังนี้โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยในฐานะที่เป็นเช้าของภารยะทรัพย์ และเป็นคู่สัญญา ในสัญญาแบ่งปันมฤดกให้ไปจดทะเบียนทางรายพิพาทเป็นภาระจำยอมได้
ภาระจำยอมซึ่งเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางนิติกรรมทำเป็นหนังสือ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนก็ยังไม่บริบูรณ์ตาม ม.1299 โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนปลูกสร้างจากทางเดินซึ่งตกอยู่ในภาระจำยอมนั้นยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภารจำยอมจากการทำสัญญาแบ่งมรดกต้องจดทะเบียนจึงบริบูรณ์ การบังคับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทำไม่ได้จนกว่าจะจดทะเบียน
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ได้ภารจำยอมทั้งโดยอายุความ 10 ปีและโดยนิติกรรมด้วย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้โดยนิติกรรมก็ใช้ได้
โจทก์เป็นทายาท จำเลยเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดก ทำสัญญาแบ่งปันมรดกกันซึ่งตามสัญญานี้ผูกพันทางเดินรายพิพาทซึ่งอยู่ในโฉนดของจำเลยให้ตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ดังนี้ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยในฐานะที่เป็นเจ้าของภารยทรัพย์และเป็นคู่สัญญา ในสัญญาแบ่งปันมรดกให้ไปจดทะเบียนทางรายพิพาทเป็นภารจำยอมได้
ภารจำยอมซึ่งเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางนิติกรรมทำเป็นหนังสือ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนก็ยังไม่บริบูรณ์ตาม มาตรา 1299 โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจากทางเดินซึ่งตกอยู่ในภารจำยอมนั้นยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วอยู่ต่อไม่ได้อ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า และการพิจารณาความเป็น 'เคหะเดียวกัน' เพื่อคุ้มครองตามกฎหมาย
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ. 2489 และ 2490 แล้ว การที่อยู่ต่อมาย่อมเป็นการอยู่โดยละเมิด จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ทั้ง 2 ฉบับมาคุ้มครองหาได้ไม่
ตึก 2 เลขที่ซึ่งอยู่ติดต่อกันแต่ฟ้องของโจทก์และสัญญาท้ายฟ้องซึ่งระบุสิ่งของซึ่งมีอยู่ในตึกรายนี้แยกเป็นคนละตึก แสดงว่าตึก 2 เลขหมายเป็นเคหะ ไม่มีข้อความใด ๆ ที่แสดงว่าเป็นเคหะเดียวกัน แม้ตึกรายนี้ติดต่อกัน ทำสัญญาฉบับเดียวกัน และกำหนดค่าเช่ารวมกัน ก็มิใช่แสดงว่าตึกที่เช่าเป็นเคหะเดียวกันเสมอไป เมื่อโจทก์แสดงไม่ได้ว่าตึกที่เช่าเป็นเคหะเดียว และมีค่าเช่าเกิน 40 บาทแล้ว ก็ต้องตกอยู่ในความคุ้มครองแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2486 มาตรา 5.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสิ้นสุดก่อนกฎหมายควบคุมค่าเช่าใช้บังคับ การอยู่ต่อถือเป็นการละเมิด และการพิจารณาความเป็นเคหะเดียวกันเพื่อบังคับใช้กฎหมาย
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงก่อนใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯพ.ศ.2489 และ 2490 แล้ว การที่อยู่ต่อมาย่อมเป็นการอยู่โดยละเมิดจะอ้าง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯทั้ง 2 ฉบับมาคุ้มครอง หาได้ไม่
ตึก 2 เลขที่ซึ่งอยู่ติดต่อกันแต่ฟ้องของโจทก์และสัญญาท้ายฟ้องซึ่งระบุสิ่งของซึ่งมีอยู่ในตึกรายนี้แยกเป็นคนละตึก แสดงว่าตึก 2 เลขหมายเป็นเคหะไม่มีข้อความใดๆ ที่แสดงว่าเป็นเคหะเดียวกันแม้ตึกรายนี้ติดต่อกัน ทำสัญญาฉบับเดียวกัน และกำหนดค่าเช่ารวมกัน ก็มิใช่แสดงว่าตึกที่เช่าเป็นเคหะเดียวกันเสมอไป เมื่อโจทก์แสดงไม่ได้ว่าตึกที่เช่าเป็นเคหะเดียว และมีค่าเช่าเกิน 40 บาทแล้ว ก็ต้องตกอยู่ในความคุ้มครองแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2486 มาตรา 5

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ธนบัตรปลอม: เจตนาจำหน่ายและซุกซ่อนเพื่อจำหน่ายเป็นเหตุให้มีความผิด
พยานโจทก์ในคดีที่หาว่าจำเลยมีและจำหน่ายธนบัตรปลอมให้การว่าธนบัตรปลอมที่จับได้จากจำเลยนั้น เป็นของพยาน ดังนี้ พยานผู้นั้นย่อมถูกฟ้องหาว่าสมคบกับจำเลยในคดีนั้นอีกได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้ใหญ่บ้านปล่อยตัวผู้ต้องหา: ไม่ผิดฐานช่วยเหลือผู้ต้องหาตาม ม.168 แต่ผิดฐานปล่อยตัวผู้ต้องหาตาม ม.165
ผู้ใหญ่บ้านได้รับฝากผู้ต้องหาเพียงชั่วขณะหนี่งแล้วปล่อยผู้ต้องหาไปนั้น หามีความผิดตามมาตรา 168 ไม่ คงมีผิดตามมาตรา 165

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้ใหญ่บ้านปล่อยตัวผู้ต้องหา: ความผิดตามมาตรา 165 ไม่ใช่ 168
ผู้ใหญ่บ้านได้รับฝากผู้ต้องหาเพียงชั่วขณะหนึ่งแล้วปล่อยผู้ต้องหาไปนั้น หามีความผิดตามมาตรา 168 ไม่ คงมีผิดตามมาตรา 165.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาขนส่ง: เหตุการณ์เรือชนจากปัจจัยภายนอก ถือเป็นอุบัติเหตุตามสัญญา
ในสัญญาขนส่งข้าวสารระบุไว้ว่า ถ้าของที่บรรทุกขาดจำนวนหรือเปียกน้ำ ผู้รับจ้างจะใช้ค่าเสียหาย หากถูกพายุหรือเอกซิเด็นท์ใดๆ ต่างยกเลิกสัญญานี้ทั้งสิ้น ปรากฏว่าเรือบรรทุกข้าวสารขณะจอดอยู่ เรือกลไฟจูงเรือพ่วงตัดหน้าในระยะใกล้ ในขณะนั้นลมแรงและน้ำเชี่ยวเรือพ่วงลำสุดท้ายชนเรือบรรทุกข้าวสารหัวเรือแตกน้ำเข้าเรือเป็นเหตุให้ข้าวสารที่บรรทุกเสียหาย ดังนี้ นับว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นแก่การขนส่งตามความมุ่งหมายแห่งสัญญาดังกล่าวนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1045/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อุบัติเหตุในการขนส่งทางเรือ: ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ไม่ใช่ความผิดของตน
ในสัญญาขนส่งข้าวสารระบุไว้ว่า ถ้าของที่บันทุกขาดจำนวนหรือเปียกน้ำ ผู้รับจ้างจะใช้ค่าเสียหาย หากถูกพายุหรือเอกซิเด็นท์ใด ๆ ต่างยกเลิกสัญญานี้ทั้งสิน ปรากฏว่าเรือบันทุกข้าวสารขณะจอดอยู่ เรือกลไฟจูงเรือพ่วงตัดหน้าในระยะใกล้ ในขณะนั้นลมแรงและน้ำเชี่ยว เรือพ่วงลำสุดท้ายชนเรือบันทุกข้าวสารหัวเรือแตกน้ำเข้าเรือ เป็นเหตุให้ข้าวสารที่บันทุกเสียหายดังนี้ นับว่าเป็นเรื่องอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นแก่การขนส่งตามความมุ่งหมายแห่งสัญญาดังกล่าวนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้คำให้การชั้นสอบสวนที่ไม่สามารถซักค้านได้เป็นหลักฐานลงโทษจำเลยไม่ได้
โจทก์มีเจ้าของทรัพย์คนเดียวที่รู้เห็นว่า ใครเป็นคนร้ายชิงทรัพย์แต่โจทก์อ้างมาสืบไม่ได้ จะใช้คำให้การชั้นสอบสวนมาฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะจำเลยไม่มีโอกาสซักค้าน
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭