ผลการค้นหาตามปี "2496" (727 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 865/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดในความเสียหายจากการใช้รถยนต์ที่ขายฝาก แม้ผู้ใช้จะไม่ทราบการขายฝาก
จำเลยที่ 1 ขายฝากรถยนต์ 1 คัน ไว้แก่โจทก์ ครบกำหนดไถ่แล้วไม่ไถ่คืน โจทก์จึงโอนทะเบียนเป็นชื่อโจทก์ ใน ระหว่างขายฝากจำเลยที่ 1 ยืมรถยนต์ที่ขายฝากไปใช้ ว่าจะส่งคืนใน 3 วัน แล้วไม่ส่งคืน จำเลยที่ 2 เอารถยนต์นั้น ไปใช้ต่างจังหวัด จนรถยนต์ชำรุดเสียหาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 ก็ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย เพราะเป็นการ ละเมิดสิทธิของโจทก์ แม้จำเลยที่ 2 จะไม่รู้ว่ามีการขายฝาก ก็ไม่เป็นข้อแก้ตัวไปได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 863-864/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นิติกรรมอำพรางการหย่าและซื้อขายทรัพย์สิน: โมฆะเมื่อเจตนาหลอกลวง
สามีภริยาไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ แต่ความจริงนั้นทั้งสองฝ่ายมิได้มี่เจตนาจะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา กันเลย ที่ทำไปก็เพื่อจะลวงผู้อื่นเกี่ยวกับทรัพย์สินของสามีภริยานั่นเอง แล้วภริยาทำนิติกรรมขายที่ดินบ้านเรือนอัน เป็นสินเดิมให้สามีเพื่อกีดกันบุตรของภริยาอันเกิดแก่สามีคนเก่า แต่ความจริงมิได้ขายกัน ดังนี้ นิติกรรมซื้อขาย ย่อมเป็นโมฆะ.
ภริยามีเจตนาจะขายฝากที่ดินแก่ผู้อื่น แต่เนื่องจากไม่เข้าใจในกิจธุระเช่นนี้ และไม่รู้หนังสือ สามีจัดการขายฝาก ให้แก่ผู้อื่นไป โดยสามีใช้กลฉ้อฉล ดังนี้ เมื่อที่ดินนั้นกลับตกมาเป็นของสามีอีก และสามีภริยามิได้เจตนาหย่ากัน จริง สามีจะเอาที่ดินนั้นไว้เป็นของตนไม่ได้/
ภริยามีเจตนาจะขายฝากที่ดินแก่ผู้อื่น แต่เนื่องจากไม่เข้าใจในกิจธุระเช่นนี้ และไม่รู้หนังสือ สามีจัดการขายฝาก ให้แก่ผู้อื่นไป โดยสามีใช้กลฉ้อฉล ดังนี้ เมื่อที่ดินนั้นกลับตกมาเป็นของสามีอีก และสามีภริยามิได้เจตนาหย่ากัน จริง สามีจะเอาที่ดินนั้นไว้เป็นของตนไม่ได้/
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 863-864/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นิติกรรมอำพรางและการซื้อขายที่ดินโดยกลฉ้อฉล ศาลเพิกถอนได้
สามีภริยาไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ แต่ความจริงนั้นทั้งสองฝ่ายมิได้มีเจตนาจะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันเลย ที่ทำไปก็เพื่อจะลวงผู้อื่นเกี่ยวกับทรัพย์สินของสามีภริยานั่นเอง แล้วภริยาทำนิติกรรมขายที่ดินบ้านเรือนอันเป็นสินเดิมให้สามีเพื่อกีดกันบุตรของภริยาอันเกิดแต่สามีคนเก่า แต่ความจริงมิได้ขายกัน ดังนี้นิติกรรมซื้อขายย่อมเป็นโมฆะ
ภริยามีเจตนาจะขายฝากที่ดินแก่ผู้อื่น แต่เนื่องจากไม่เข้าใจในกิจธุระเช่นนี้ และไม่รู้หนังสือ สามีจัดการขายขาดให้แก่ผู้อื่นไป โดยสามีใช้กลฉ้อฉล ดังนี้ เมื่อที่ดินนั้นกลับตกมาเป็นของสามีอีก และสามีภริยามิได้เจตนาหย่ากันจริง สามีจะเอาที่ดินนั้นไว้เป็นของตนไม่ได้
ภริยามีเจตนาจะขายฝากที่ดินแก่ผู้อื่น แต่เนื่องจากไม่เข้าใจในกิจธุระเช่นนี้ และไม่รู้หนังสือ สามีจัดการขายขาดให้แก่ผู้อื่นไป โดยสามีใช้กลฉ้อฉล ดังนี้ เมื่อที่ดินนั้นกลับตกมาเป็นของสามีอีก และสามีภริยามิได้เจตนาหย่ากันจริง สามีจะเอาที่ดินนั้นไว้เป็นของตนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 862/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนี้กู้ยืมของผู้ตายยังผูกพันกองมรดก แม้มีผู้รับรองหนี้ แต่ไม่เคยชำระหนี้จริง
เจ้าหนี้ของผู้ตาย ฟ้องเรียกเงินกู้ที่ผู้ตายกู้ไว้จากผู้ซึ่งอ้างตนว่า เป็นทายาทของผู้ตาย แล้วประนีประนอมยอมความกันในศาล โดยผู้อ้างว่าเป็นทายาทนั้น จะรับใช้ซึ่งเงินกู้ และดอกเบี้ยให้ ศาลจึงพิพากษาตามยอมครั้นครบกำหนดไม่ชำระ เจ้าหนี้จึงนำยึดที่ดินของกองมรดก
บุตรของผู้ตายซึ่งเป็นทายาทที่แท้จริง จึงขัดทรัพย์จนศาลสั่งถอนการยึด คดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหนี้จึงมาฟ้องบุตรของผู้ตาย ผู้เป็นทายาทที่แท้จริงเรียกเงินกู้จำนวนเดิมนั้นอีกได้ เพราะหากผู้ตายกู้เงินเขาไว้จริง หนี้นั้นก็ยังไม่ระงับ คงผูกพันกองมรดกอยู่
บุตรของผู้ตายซึ่งเป็นทายาทที่แท้จริง จึงขัดทรัพย์จนศาลสั่งถอนการยึด คดีถึงที่สุดแล้ว เจ้าหนี้จึงมาฟ้องบุตรของผู้ตาย ผู้เป็นทายาทที่แท้จริงเรียกเงินกู้จำนวนเดิมนั้นอีกได้ เพราะหากผู้ตายกู้เงินเขาไว้จริง หนี้นั้นก็ยังไม่ระงับ คงผูกพันกองมรดกอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 862/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนี้เดิมยังผูกพันกองมรดก แม้มีการรับรองหนี้ แต่ผู้รับรองไม่ชำระ
เจ้าหนี้ของผู้ตาย ฟ้องเรียกเงินกู้ที่ผู้ตายกู้ไว้จากผู้ซึ่งอ้างตนว่า เป็นทายาทของผู้ตาย แล้วประนีประนอมยอมความ กันในศาล โดยผู้อ้างว่าเป็นทายาทนั้น จะรับใช้เงินกู้ และดอกเบี้ยให้ ศาลจึงพิพากษาตามยอมครั้นครบกำหนดไม่ ชำระ เจ้าหนี้จึงนำยึดที่ดินของกองมรดก บุตรของผู้ตายซึ่งเป็นทายาทที่แท้จริง จึงขัดทรัพย์จนศาลสั่งถอนการยึด คดีถึงที่สุดแล้วเจ้าหนี้จึงมาฟ้องบุตรของผู้ตาย ผู้เป็นทายาทที่แท้จริงเรียกเงินกู้จำนวนเดิมนั้นอีกได้ เพราะหากผู้ ตายกู้เงินเขาไว้จริง หนี้นั้นก็ยังไม่ระงับ คงผูกพันกองมรดกอยู่./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพนันนอกกฎหมายต้องได้รับการอนุญาต หากไม่มีการอนุญาต ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน แม้ฟ้องไม่ระบุคำว่า ‘โดยไม่ได้รับอนุญาต’
รายละเอียดเกี่ยวแก่การเล่นและทรัพย์ที่พนัน เป็นข้อนำสืบเมื่อจำเลยปฏิเสธ ไม่จำเป็นต้องเขียนลงในฟ้อง เพราะเป็นข้อปลีกย่อยและฟุ่มเฟือย
การพนันอันเป็นการเล่นนอกจากที่กล่าวไว้ในมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478นั้น จะพนันกันหรือจะจัดให้มี เพื่อให้พนันกันได้ เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เมื่อการพนันชนิดนั้นยังมิได้ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เจ้าพนักงานก็ไม่มีอำนาจที่จะอนุญาตให้เล่นได้ฉะนั้นการบรรยายฟ้องหาว่าจำเลยเล่นการพนันดังกล่าวแล้วโดยผิดกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้กล่าวคำว่า โดยไม่ได้รับอนุญาตลงไปในฟ้อง ก็ไม่ขาดองค์สำคัญแห่งความผิด
การพนันอันเป็นการเล่นนอกจากที่กล่าวไว้ในมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478นั้น จะพนันกันหรือจะจัดให้มี เพื่อให้พนันกันได้ เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เมื่อการพนันชนิดนั้นยังมิได้ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เจ้าพนักงานก็ไม่มีอำนาจที่จะอนุญาตให้เล่นได้ฉะนั้นการบรรยายฟ้องหาว่าจำเลยเล่นการพนันดังกล่าวแล้วโดยผิดกฎหมาย แม้โจทก์จะมิได้กล่าวคำว่า โดยไม่ได้รับอนุญาตลงไปในฟ้อง ก็ไม่ขาดองค์สำคัญแห่งความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพนันนอกกฎหมาย: จำเป็นต้องระบุ 'ไม่ได้รับอนุญาต' ในฟ้องหรือไม่? ศาลฎีกาพิพากษายืนว่าไม่ขาดองค์ความผิด
รายละเอียดเกี่ยวแก่การ+ และทรัพย์ที่พนัน เป็นข้อนำสืบเมื่อจำเลยปฏิเสธ ไม่จำเป็นต้องเขียนลงในฟ้อง เพราะ เป็นข้อปลีกย่อยและฟุ่มเฟือย.
การพนันอันเป็นการเล่นนอกจากที่กล่าวไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.การพะนัน พ.ศ. 2478 นั้น จะพนันกันหรือจะ จัดไใ้มี เพื่อให้พนันกันได้ เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เมื่อการพนันชะนิดนั้นยังมิได้ระ บุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เจ้าพนักงานก็ไม่มีอำนาจที่จะอนุญาตให้เล่นได้ ฉะนั้นการบรรยายฟ้องหาว่า จำเลยเล่นการพนันดั่งกล่าวแล้วโดยผิดกฏหมาย แม้โจทก์จะมิได้กล่าวคำว่า โดยไม่ได้รับอนุญาตลงไปในฟ้อง ก็ไม่ ขาดองค์สำคัญแห่งความผิด./
การพนันอันเป็นการเล่นนอกจากที่กล่าวไว้ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.การพะนัน พ.ศ. 2478 นั้น จะพนันกันหรือจะ จัดไใ้มี เพื่อให้พนันกันได้ เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เมื่อการพนันชะนิดนั้นยังมิได้ระ บุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง เจ้าพนักงานก็ไม่มีอำนาจที่จะอนุญาตให้เล่นได้ ฉะนั้นการบรรยายฟ้องหาว่า จำเลยเล่นการพนันดั่งกล่าวแล้วโดยผิดกฏหมาย แม้โจทก์จะมิได้กล่าวคำว่า โดยไม่ได้รับอนุญาตลงไปในฟ้อง ก็ไม่ ขาดองค์สำคัญแห่งความผิด./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การส่งสำเนาฎีกาไม่สำเร็จ ไม่ถือเป็นการหลบหนีคดี ศาลไม่ออกหมายจับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 40 บาท จำเลยชำระค่าปรับครบแล้ว อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา แต่ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยไม่ได้ เพราะไม่ทราบว่าจำเลยอยู่ที่ไหน มิใช่ว่าจำเลยพยายามจะหลบตัว ไม่รับ สำเนาฎีกาของโจทก์หรือตั้งใจจะหลบหนีคดี ดังนี้ ศาลย่อมไม่ออกหมายจับจำเลย./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การส่งหมายเรียกจำเลยคดีอาญา: การที่จำเลยไม่ได้หลบหนี ย่อมไม่ออกหมายจับ
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลย 40 บาท จำเลยชำระค่าปรับครบแล้ว อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา แต่ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยไม่ได้ เพราะไม่ทราบว่าจำเลยอยู่ที่ไหน มิใช่ว่าจำเลยพยายามจะหลบตัว ไม่รับสำเนาฎีกาของโจทก์หรือตั้งใจจะหลบหนีคดี ดังนี้ ศาลย่อมไม่ออกหมายจับจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856-857/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประเมินภาษีร้านค้าต้องอ้างอิงค่าเช่าที่สมควรตามวิญญูชนธรรมดา ไม่ใช่ราคาที่สูงเกินจริง
การประเมินเก็บภาษีร้านค้านั้น ต้องอาศัยความจริงแห่งประโยชน์ที่บังเกิดจากทรัพย์สิน อันเป็นมูลที่จะเก็บภาษี
หลักที่จะคำนวณค่ารายปีในชั้นแรกก็คือ จำนวนเงินซึ่งร้านค้านั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ เท่าใด ซึ่งจะเล็งเห็น ได้จากความคิดเห็นของวิญญูชนธรรมดาตามกาละเทศะ และมุ่งเอาความจริงเป็นหลัก ถ้าทางเจ้าหน้าที่สรรพากร เรียกประเมินเกินไปแล้ว ผู้เสียภาษีก็ย่อมมีสิทธิขอคืนได้./
หลักที่จะคำนวณค่ารายปีในชั้นแรกก็คือ จำนวนเงินซึ่งร้านค้านั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ เท่าใด ซึ่งจะเล็งเห็น ได้จากความคิดเห็นของวิญญูชนธรรมดาตามกาละเทศะ และมุ่งเอาความจริงเป็นหลัก ถ้าทางเจ้าหน้าที่สรรพากร เรียกประเมินเกินไปแล้ว ผู้เสียภาษีก็ย่อมมีสิทธิขอคืนได้./