ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสอบสวนคดีอาญาโดยเจ้าพนักงานหลายคนยังคงชอบด้วยกฎหมาย แม้มีผู้ร่วมสอบสวน
คำสั่งข้าหลวงประจำจังหวัดมีข้อความว่า "ขอตั้งปลัดจังหวัดและผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตหรือผู้แทนนั่งทำการสอบสวนเรื่องนี้พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองภูเก็ต สอบสวนดำเนินคดีตามหน้าที่พนักงานสอบสวน" ดังนี้ เป็นการสั่งให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้เป็นคดีอาญาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
นายอำเภอเมืองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนอยู่ด้วยตนเองแล้ว แม้จะมีผู้อื่นมานั่งร่วมทำการสอบสวนด้วยการสอบสวนนั้นก็สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย(อ้างฎีกา45/2490)
นายอำเภอเมืองซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนอยู่ด้วยตนเองแล้ว แม้จะมีผู้อื่นมานั่งร่วมทำการสอบสวนด้วยการสอบสวนนั้นก็สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย(อ้างฎีกา45/2490)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละเจตนาครอบครองที่ดินเกิน 10 ปี ทำให้เจ้าของที่ดินฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองไม่ได้ แม้ไม่มีหลักฐานการซื้อขาย
เจ้าของที่ดินมีโฉนดได้สละเจตนาครอบครองที่ดินเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้วบุคคลอื่นหลายคนได้เข้าครอบครองสืบเนื่องกันมา แม้การซื้อขายที่เป็นหลั่นๆ กัน ไม่มีหนังสือเจ้าของที่ดินเดิมจะฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองที่นั้นหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน 2 แปลงทุนทรัพย์ 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่แปลงหนึ่ง ยกฟ้องที่อีกแปลงหนึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องทั้งสองแปลง ดังนี้ เป็นการแก้น้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน 2 แปลงทุนทรัพย์ 200 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่แปลงหนึ่ง ยกฟ้องที่อีกแปลงหนึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องทั้งสองแปลง ดังนี้ เป็นการแก้น้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของที่ดินสละเจตนาครอบครองเกิน 10 ปี และมีการครอบครองต่อเนื่องโดยผู้อื่น เจ้าของที่ดินไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่
เจ้าของที่ดินมีโฉนดได้สละเจตนาครอบครองที่ดินเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว บุคคลอื่นหลายคนได้เข้าครอบครองสืบเนื่องกันมา แม้การซื้อขายที่เป็นหลั่น ๆ กันไม่มีหนังสือ เจ้าของที่ดินเดิมจะฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองที่นั้นหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน 2 แปลง ทุนทรัพย์ 200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่แปลงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องทั้งสองแปลง ดังนี้ เป็นการแก้น้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน 2 แปลง ทุนทรัพย์ 200 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่แปลงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องทั้งสองแปลง ดังนี้ เป็นการแก้น้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายทรัพย์สินโดยสุจจริตและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แม้เจ้าของเดิมมีข้อพิพาท
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เอาที่ของโจทก์ราคา 900 บาทไปขายให้จำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าที่เป็นของโจทก์และสัญญาซื้อขายใช้ไม่ได้ ขอให้เพิกถอน ศาลชั้นต้นฟังว่าที่เป็นมฤดกตกทอดให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 2 ได้รับซื้อและรับโอนโดยสุจจริต จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็รับโอนโดยสุจจริต จึงพิพากษายืนดังนี้ ถือว่าเรื่องที่ซื้อขายที่พิพาทโดยสุจจริตหรือไม่ เป็นอันยุตติแล้ว ข้อฎีกาของโจทก์ที่ขอให้วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะชี้ขาด เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายโดยสุจริตและกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ศาลฎีกายกฎีกาเมื่อประเด็นกรรมสิทธิ์ระหว่างจำเลยยังไม่สิ้นสุด
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เอาที่ของโจทก์ราคา 900 บาทไปขายให้จำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าที่เป็นของโจทก์ และสัญญาซื้อขายใช้ไม่ได้ ขอให้เพิกถอน ศาลชั้นต้นฟังว่าที่เป็นมรดกตกทอดได้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1แต่จำเลยที่ 2 ได้รับซื้อและรับโอนโดยสุจริต จึงพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็รับโอนโดยสุจริต จึงพิพากษายืนดังนี้ ถือว่าเรื่องซื้อขายที่พิพาทโดยสุจริตหรือไม่ เป็นอันยุติแล้ว ข้อฎีกาของโจทก์ที่ขอให้วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะชี้ขาดเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการบังคับใช้ พ.ร.บ.รถไฟ: การห้ามปลูกสร้างในเขตปลอดภัย ไม่ผูกพันเจ้าของที่ดินข้างเคียง
มาตรา 74 แห่งพ.ร.บ.จัดวางการรถไฟและทางหลวง เป็นบทบัญญัติห้ามฉะเพาะทางรถไฟ มิให้ปลูกสร้างในระยะ 4 เมตร ไม่ใช่ห้ามเจ้าของที่ข้างเคียงมิให้ปลูกสร้างในที่ดินของเขา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตมาตรา 74 พ.ร.บ.รถไฟฯ: ห้ามปลูกสร้างเฉพาะทางรถไฟ ไม่กระทบสิทธิเจ้าของที่ดินข้างเคียง
มาตรา 74 แห่ง พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง เป็นบทบัญญัติห้ามเฉพาะทางรถไฟ มิให้ปลูกสร้างในระยะ 4 เมตรไม่ใช่ห้ามเจ้าของที่ข้างเคียงมิให้ปลูกสร้างในที่ดินของเขา (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 28/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคุ้มครองค่าเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489: กรณีเช่าเพื่อค้า ไม่ได้รับความคุ้มครอง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองการเช่าที่ใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย คือว่า เมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ไม่จำต้องคำนึงว่าจะได้ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจอย่างอื่นอีกหรือไม่ จะเป็นส่วนประธานหรืออุปกรณ์ไม่ต้องคำนึงถึง (อ้างฎีกา 591/2491)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าช่วงไปเพื่อทำการค้า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าช่วงทำการค้ามาหลายปี หาได้เถียงว่าเป็นการเช่าอยู่อาศัยไม่ต้องถือว่า จำเลยเช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า มิใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าดังกล่าวข้างต้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าช่วงไปเพื่อทำการค้า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าช่วงทำการค้ามาหลายปี หาได้เถียงว่าเป็นการเช่าอยู่อาศัยไม่ต้องถือว่า จำเลยเช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า มิใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าดังกล่าวข้างต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคุ้มครองค่าเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2489: การเช่าเพื่อค้าไม่ได้รับความคุ้มครอง
พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 คุ้มครองการเช่าที่ใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย คือว่า เมื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ก็ไม่จำต้องคำนึงว่าจะได้ใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจอย่างอื่นอีกหรือไม่ จะเป็นส่วนประธานหรืออุปกรณ์ไม่ต้องคำนึงถึง
(อ้างฎีกา 581/2491)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าช่วงไปเพื่อทำการค้า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าช่วงทำการค้ามาหลายปี หาได้เถียงว่าเป็นการเช่าอยู่อาศัยไม่ต้องถือว่า จำเลยเช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า มิใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าดังกล่าวข้างต้น
(อ้างฎีกา 581/2491)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าช่วงไปเพื่อทำการค้า จำเลยให้การรับว่าได้เช่าช่วงทำการค้ามาหลายปี หาได้เถียงว่าเป็นการเช่าอยู่อาศัยไม่ต้องถือว่า จำเลยเช่าห้องนี้เพื่อทำการค้า มิใช่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าดังกล่าวข้างต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยินยอมไม่ติดใจว่ากล่าวหลังทำสัญญาซื้อฝากแล้ว แม้มีการยักยอกก่อนหน้า สิทธิเรียกร้องย่อมระงับ
จำเลยได้ทำใบรับเงินให้แก่ผู้เสียหาย 1 ฉบับ มีข้อความว่าจำเลยได้รับเงินจากผู้เสียหาย 1 หมื่นบาทเพื่อซื้อแร่จากจังหวัดยะลามาให้ผู้เสียหายแล้วจำเลยได้กลับมาแจ้งแก่ผู้เสียหายว่าได้เอาเงิน 7000 บาท ไปวางมัดจำสำหรับทำสัญญาซื้อแร่ และได้นำเงินที่เหลือมาคืน ต่อมาจำเลยจึงได้ทำสัญญาขายฝากโรงงานถลุงแร่ของจำเลยแก่ผู้เสียหายจำนวนราคาขายฝากให้ถือเอาหลักฐานที่จำเลยทำไว้กับผู้เสียหาย คือสัญญากู้ยืม และรับเงินรวม 3 ฉบับและเงินจำนวน 1 หมื่นบาทดังกล่าวข้างต้นได้รวมอยู่เป็นค่าซื้อฝากโรงงานด้วย หลังจากทำสัญญาขายฝากแล้วผู้เสียหายจึงได้ทราบว่า จำเลยยักยอกเอาเงิน 7000 บาทซึ่งอ้างว่าไปวางมัดจำซื้อแร่นั้น เอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย
การที่ผู้เสียหายตกลงทำสัญญากับจำเลยเอาเงินที่หาว่าจำเลยยักยอกไปรวมเป็นราคาค่าซื้อฝากของโรงงานของจำเลยเสร็จไปแล้วนั้น ผู้เสียหายจะกลับรื้อฟื้นขึ้นมาว่ากล่าวฟ้องร้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่งขอให้คืนเงินรายนี้หรือทางอาญาขอให้ลงโทษฐานยักยอก เพราะการตกลงกับจำเลยดังกล่าวข้างต้นนั้น มีผลเป็นการยินยอมไม่ติดใจว่ากล่าวในเงินรายนี้แล้ว
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนศาลฎีกาไม่จำต้องถือตามและมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2491)
การที่ผู้เสียหายตกลงทำสัญญากับจำเลยเอาเงินที่หาว่าจำเลยยักยอกไปรวมเป็นราคาค่าซื้อฝากของโรงงานของจำเลยเสร็จไปแล้วนั้น ผู้เสียหายจะกลับรื้อฟื้นขึ้นมาว่ากล่าวฟ้องร้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทางแพ่งขอให้คืนเงินรายนี้หรือทางอาญาขอให้ลงโทษฐานยักยอก เพราะการตกลงกับจำเลยดังกล่าวข้างต้นนั้น มีผลเป็นการยินยอมไม่ติดใจว่ากล่าวในเงินรายนี้แล้ว
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงผิดจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนศาลฎีกาไม่จำต้องถือตามและมีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 24/2491)