ผลการค้นหาตามปี "2523" (1414 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2047/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตัวแทนค้าต่าง: การส่งสินค้าออกต่างประเทศโดยรับสินค้าจากโจทก์ไปขายในนามจำเลย ไม่ถือเป็นการซื้อขาย แต่เป็นตัวแทนค้าต่าง ทำให้คดีไม่ขาดอายุความ
การประกอบกิจการค้าของจำเลย คือการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศโดยจำเลยรับสินค้ายางของโจทก์ไปจำหน่ยในนามของจำเลย จำเลยได้ค่าตอบแทนจากโจทก์เป็นบำเหน็จร้อยละ 10 เมื่อจำเลยรับเงินจากลูกค้าในต่างประเทศส่งมาตามเลตเตอร์ออฟเครดิต มีการหักค่าบำเหน็จร้อยละ 10 ที่จำเลยมีสิทธิได้จากการขายก่อนกับหักค่าที่จำเลยทดรองจ่ายเป็นค่าระวางเรือ ค่าประกันภัยและอื่นๆ ออกจากเงินที่ลูกค้าส่งมาแล้วด้วยเหลือเท่าใดเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ ดังนี้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนค้าต่างของโจทก์กรณีมิใช่จำเลยซื้อสินค้าจากโจทก์ คดีโจทก์หาขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 (1) ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2043/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนคืนการให้เนื่องจากเนรคุณและการหมิ่นประมาท
บิดาจำเลยถึงแก่กรรมตั้งแต่จำเลยอายุ 1 ขวบ โจทก์ซึ่งเป็นปู่ได้เลี้ยงดูจำเลยตั้งแต่นั้นมาให้การศึกษา ให้เรียนเย็บผ้า เมื่อจำเลยอายุได้ 11 ปี โจทก์ได้ยกที่พิพาท 2 แปลงให้จำเลย และโจทก์ไม่มีที่ดินเหลือแล้วเพราะได้ยกให้แก่คนอื่นๆ หมดแล้วก็ตาม การให้ดังกล่าวก็หาใช่เป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยาไม่ เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่ตามธรรมจรรยาที่จะต้องกระทำเช่นนั้น จำเลยชี้หน้าค่าโจทก์กว่า อ้ายแก่ฉิบหาย กูไม่นับถือมึง มึงโกงที่ดินกู การกระทำของจำเลยจึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประพฤติเนรคุณและโจทก์ชอบที่จะถอนคืนการให้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2043/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนคืนการให้ที่ดินเนื่องจากเนรคุณและการหมิ่นประมาท
บิดาจำเลยถึงแก่กรรมตั้งแต่จำเลยอายุ 1 ขวบ โจทก์ซึ่งเป็นปู่ได้เลี้ยงดูจำเลยตั้งแต่นั้นมาให้การศึกษา ให้เรียนเย็บผ้า เมื่อจำเลยอายุได้ 11 ปี โจทก์ได้ยกที่พิพาท 2 แปลงให้จำเลย และโจทก์ไม่มีที่ดินเหลือแล้วเพราะได้ยกให้แก่คนอื่น ๆ หมดแล้วก็ตาม การให้ดังกล่าวก็หาใช่เป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยาไม่เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่ตามธรรมจรรยาที่จะต้องกระทำเช่นนั้นจำเลยชี้หน้าด่าโจทก์ว่าอ้ายแก่ฉิบหาย กูไม่นับถือมึงมึงโกงที่ดินกู การกระทำ ของจำเลยจึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ซึ่งถือได้ว่า เป็นการประพฤติเนรคุณและโจทก์ชอบที่จะถอนคืนการให้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกที่ดิน: สิทธิครอบครองตาม น.ส.3 และผลของการยอมรับข้อตกลง
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับ 500 บาท ในคดีบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ เพราะศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย แล้วพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงแล้วพิพากษากลับให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยปฏิบัติหน้าที่จัดซื้อที่ดินโดยมิชอบหรือไม่ มีส่วนได้เสียเพื่อตนเองหรือผู้อื่นหรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิด
เมื่ออธิบดีกรมอัยการชี้ขาดให้ฟ้องคดีตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมตำรวจแล้ว คำชี้ขาดย่อมเป็นอันถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 พนักงานอัยการต้องฟ้องคดีไปตามนั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอัยการรื้อฟื้นขึ้นมาชี้ขาดใหม่ได้ อธิบดีกรมอัยการจึงไม่มีอำนาจที่จะชี้ขาดกลับคำสั่งของตนได้อีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เช็คไม่มีวันที่ออก ไม่ถือเป็นความผิดอาญา แม้ตกลงกันลงวันที่ภายหลัง
จำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้โจทก์โดยไม่ลงวันออกเช็ค ถือว่าไม่มีวันที่จำเลยกระทำความผิด แม้จะตกลงกันให้โจทก์ลงวันในเช็คนั้นเป็นวันใดวันหนึ่ง ก็เป็นเพียงให้เช็คได้มีรายการครบถ้วนตามกฎหมายเพื่อใช้ฟ้องร้องบังคับกันได้ในทางแพ่ง หาทำให้กลับเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2038/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลและการใช้ดุลพินิจรับคดีอาญาที่ความผิดเกิดนอกเขตอำนาจ แต่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตอำนาจ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22(1) บัญญัติว่า "เมื่อจำเลยมีที่อยู่ ฯลฯ ในท้องที่หนึ่งนอกเขตศาลดังกล่าวแล้ว จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้นอยู่เขตอำนาจก็ได้" นั้น มิใช่เป็นบทบังคับให้ศาลซึ่ง ท้องที่ที่จำเลยมีที่อยู่ ฯลฯ อยู่ในเขตอำนาจจะต้องรับชำระคดีนั้น ๆ แต่เป็นบทบัญญัติให้ดุลพินิจแก่ศาลซึ่งท้องที่ที่จำเลยมีที่อยู่ ฯลฯ ในเขตอำนาจจะรับชำระคดีนั้นหรือไม่ก็ได้ ความผิดที่เกิดขึ้นนอกเขตศาลอาญา แต่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาลอาญา เมื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ศาลจึงมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจรับหรือไม่รับคดีนั้นไว้พิจารณาก็ได้
การที่ศาลอาญาสั่งในคำฟ้องของโจทก์ว่า "นัดไต่สวนให้โจทก์นำส่งหมายนัด" ยังถือไม่ได้ว่าศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจรับคดีของโจทก์ไว้ ชำระแล้ว ด้วยเหตุนี้ที่ศาลอาญาสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่ง ไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาจึงเป็นการที่ศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจสั่งตามอำนาจที่มีอยู่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2523)
การที่ศาลอาญาสั่งในคำฟ้องของโจทก์ว่า "นัดไต่สวนให้โจทก์นำส่งหมายนัด" ยังถือไม่ได้ว่าศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจรับคดีของโจทก์ไว้ ชำระแล้ว ด้วยเหตุนี้ที่ศาลอาญาสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่ง ไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาจึงเป็นการที่ศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจสั่งตามอำนาจที่มีอยู่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2523)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2038/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอาญาในการรับฟ้องคดีความผิดนอกเขตอำนาจ และการใช้ดุลพินิจรับฟ้อง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22 (1) บัญญัติว่า "เมื่อจำเลยมีที่อยู่ฯลฯ ในท้องที่หนึ่งนอกเขตศาลดังกล่าวแล้ว จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้นอยู่เขตอำนาจก็ได้" นั้น มิใช่เป็นบทบังคับให้ศาลซึ่งท้องที่ที่จำเลยมีที่อยู่ ฯลฯ ในเขตอำนาจจะรับชำระคดีนั้นหรือไม่ก็ได้ ความผิดที่เกิดขึ้นนอกเขตศาลอาญา แต่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาลอาญา เมื่อผู้เสียหายเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ศาลจึงมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจรับหรือไม่รับคดีนั้นไว้พิจารณาก็ได้
การที่ศาลอาญาสั่งในคำฟ้องของโจทก์ว่า "นัดไต่สวนให้โจทก์นำส่งหมายนัด...." ยังถือไม่ได้ว่าศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจรับคดีของโจทก์ไว้ชำระแล้ว ด้วยเหตุนี้ที่ศาลอาญาสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาจึงเป็นการที่ศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจสั่งตามอำนาจที่มีอยู่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2523)
การที่ศาลอาญาสั่งในคำฟ้องของโจทก์ว่า "นัดไต่สวนให้โจทก์นำส่งหมายนัด...." ยังถือไม่ได้ว่าศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจรับคดีของโจทก์ไว้ชำระแล้ว ด้วยเหตุนี้ที่ศาลอาญาสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาจึงเป็นการที่ศาลอาญาได้ใช้ดุลพินิจสั่งตามอำนาจที่มีอยู่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2523)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2037/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและการมีอำนาจฟ้องร้องเรียกคืนทรัพย์สิน
แม้จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 2 คราวติด ๆ กัน เป็นการผิดสัญญาเช่าซื้อข้อ 5 ซึ่งผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาและผู้เช่าซื้อต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนทันทีก็ตาม แต่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อหาได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาไม่ จำเลยจึงยังไม่มีหน้าที่ที่จะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบคืนบ้านและที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการให้เช่าบ้าน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับคดีและการโอนทรัพย์สินที่ถูกยึด ศาลฎีกาเพิกถอนคำสั่งโอนทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ก่อน
ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อที่ผู้ร้องอุทธรณ์ขึ้นมาด้วยเมื่อข้อเท็จจริง มีอยู่ในสำนวนครบถ้วนแล้วศาลฎีกาวินิจฉัยไปได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวน ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่
ศาลชั้นต้นมีหนังสือถึงนายอำเภอให้โอนที่ดินและโรงเรือนพิพาทให้ โจทก์แม้จะเป็นการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลแต่ทรัพย์ดังกล่าวถูก เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ตามหมายบังคับคดีในอีกคดีหนึ่งอยู่ในระหว่างรอการขายทอดตลาดศาลมีคำสั่งโดยผู้ร้องไม่ยินยอมด้วยทำให้ผู้ร้องซึ่งกำลังบังคับคดีอยู่ในคดีดังกล่าวได้รับความเสียหายจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ
ศาลชั้นต้นมีหนังสือถึงนายอำเภอให้โอนที่ดินและโรงเรือนพิพาทให้ โจทก์แม้จะเป็นการปฏิบัติตามคำบังคับของศาลแต่ทรัพย์ดังกล่าวถูก เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ตามหมายบังคับคดีในอีกคดีหนึ่งอยู่ในระหว่างรอการขายทอดตลาดศาลมีคำสั่งโดยผู้ร้องไม่ยินยอมด้วยทำให้ผู้ร้องซึ่งกำลังบังคับคดีอยู่ในคดีดังกล่าวได้รับความเสียหายจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ