ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1694/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจ ถือเป็นการละเมิด แม้จะทำแทนผู้อื่นก็ต้องรับผิด
จำเลยขายทอดตลาดทรัพย์ของโจทก์โดยเชื่อทหารอังกฤษซึ่งเป็นผู้สั่งให้ขาย โจทก์มาคัดค้านในขณะขาย แต่จำเลยคงขืนขายทอดตลาดไป ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์เจ้าของทรัพย์ แม้จำเลยทำแทนผู้อื่นก็ไม่พ้นความรับผิด
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหะประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหะประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นั้น จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหะประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหะประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นั้น จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1694/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายทรัพย์โดยไม่มีอำนาจและการละเมิดต่อเจ้าของทรัพย์ แม้จะทำแทนผู้อื่นก็ต้องรับผิด
จำเลยขายทอดตลาดทรัพย์ของโจทก์โดยเชื่อทหารอังกฤษซึ่งเป็นผู้สั่งให้ขาย โจทก์มาคัดค้านในขณะขาย แต่จำเลยคงขืนขายทอดตลาดไปย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์เจ้าของทรัพย์แม้จำเลยทำแทนผู้อื่นก็ไม่พ้นความรับผิด
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. นั้นจำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
ข้อที่จำเลยอ้างว่าขายโดยคำสั่งของทางสหประชาชาตินั้นจำเลยจะต้องแสดงว่าสหประชาชาติมีสิทธิประการใดที่จะมาขายทรัพย์ของโจทก์ ส่วนที่จำเลยอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สิน ฯลฯ นั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ. นั้นจำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 169-170/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ช่วยเหลือการกระทำผิดฐานจับคนเรียกค่าไถ่ แม้ไม่ได้สมคบ แต่เข้าข่ายตัวการดุจกัน
ในคดีหาว่า จำเลยสมคบกับผู้ร้าย จับคนไปเพื่อสินไถ่แม้โจทก์จะสืบไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบกับพวกผู้ร้ายที่จับคนไปเพื่อสินไถ่ก็ดีแต่การกระทำของจำเลยเป็นการช่วยเหลือในการกระทำผิดเช่นนั้นภายหลังการกระทำผิด จับคนเพื่อสินไถ่ ต้องตามความในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 272ทวิ ซึ่งได้เพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.2477(ฉบับที่ 4)มาตรา 5 จำเลยต้องมีความผิดเป็นตัวการดุจกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีหย่าสิ้นสุดเมื่อคู่ความถึงแก่กรรม ศาลจำหน่ายคดีตามกฎหมาย
คดีฟ้องหย่า เมื่อคู่ความฝ่ายใดถึงแก่ความตาย กรณีเป็นเรื่องความมรณะของคู่ความยังให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไป ศาลต้องจำหน่ายคดี.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษอาญาซ้ำ: ความผิดคนละประเภทและข้อ ไม่สามารถเพิ่มโทษตามมาตรา 73 ได้
ความผิดของจำเลยในครั้งก่อนเป็นความผิดฐานลักทรัพย์อันเป็นความผิดฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์ตามมาตรา 73 ข้อ 12 ส่วนความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดฐานประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายตามมาตรา 73 ข้อ 10 เป็นความผิดคนละประเภทและคนละข้อ ศาลจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 73 ไม่ได้ จะต้องเพิ่มตามมาตรา 72.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษซ้ำซ้อนในความผิดต่างประเภท: ลักทรัพย์ vs. ฆ่าโดยไม่เจตนา ศาลอุทธรณ์พิพากษาถูกต้องแล้ว
ความผิดของจำเลยในครั้งก่อนเป็นความผิดฐานลักทรัพย์อันเป็นความผิดฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์ตามมาตรา 73 ข้อ 12 ส่วนความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดฐานประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายตามมาตรา 73 ข้อ 10 เป็นความผิดคนละประเภทและคนละข้อ ศาลจะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 73 ไม่ได้ จะต้องเพิ่มตามมาตรา 72
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายโดยบรรดาลโทสะจากเหตุลวนลามภรรยา ศาลลดโทษได้
ผู้เสียหายได้ไปลวนลามภรรยาจำเลย จำเลยจึงตามมาทำร้ายผู้เสียหาย ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยบรรดาลโทษะ ควรลดโทษให้จำเลยตามมาตรา 55 ก.ม.ลักษณะอาญา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยบันดาลโทสะจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศและป้องกันเกียรติยศ ลดโทษอาญาได้
ผู้เสียหายได้ไปลวนลามภรรยาจำเลย จำเลยจึงตามมาทำร้ายผู้เสียหาย ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำไปโดยบรรดาลโทสะ ควรลดโทษให้จำเลยตามมาตรา 55 กฎหมายลักษณะอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดหลายบท – ลงโทษบทหนัก – ไม่ต้องพิจารณาความผิดบทอื่น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกะทง ขอให้ลงโทษตามมาตรา 116,119,120,154, 338(3) จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 116,119,120, 338(3) แต่ให้ลงโทษตามบทหนักตามมาตรา 120 ส่วนข้อหาตามมาตรา 154 เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ยังไม่เป็นผิดตามมาตรา 154 จึงให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้จำเลยจะมีผิดตามมาตรา 154 ด้วยก็ดี ก็เป็นความผิดหลายบท ศาลล่างลงโทษจำเลยตามมาตรา 120 อันเป็นบทหนักแล้ว ไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงความผิดตามมาตรา 154 อีก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดหลายบท: ศาลลงโทษบทหนักเพียงบทเดียว ไม่ต้องพิจารณาบทอื่น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทงขอให้ลงโทษตามมาตรา 116,119,120,154,338(3) จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 116,119,120,338(3) แต่ให้ลงโทษตามบทหนักตามมาตรา 120 ส่วนข้อหาตามมาตรา 154 เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ยังไม่เป็นผิดตามมาตรา 154 จึงให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้จำเลยจะมีผิดตามมาตรา 154 ด้วยก็ดี ก็เป็นความผิดหลายบท ศาลล่างลงโทษจำเลยตามมาตรา120 อันเป็นบทหนักแล้ว ไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงความผิดตามมาตรา 154 อีก