ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตนเกินกว่าเหตุ: ศาลพิจารณาจากสถานการณ์ถูกทำร้ายรุมทำร้าย ไม่มีทางหลบหนี
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 251, 53 โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์แต่อย่างใด จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเห็นว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ดังนี้โจทก์จะฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันเลยไม่ได้ คงฎีกาได้แต่เพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุเท่านั้น
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตั๋วปลอมคือตั๋วที่พิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ใช้แท่นพิมพ์เดียวกันกับของแท้ ก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
ตั๋วรถรางอันแท้จริงนั้นบริษัทไฟฟ้า ผู้สั่งพิมพ์ได้รับไปจากโรงพิมพ์และได้จ่ายให้คนรถรางเก็บเงินโดยสารลงบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนตั๋วของกลางนี้ได้ถูกพิมพ์ขึ้นอีกชุดหนึ่งต่างหาก โดยบริษัทหาได้สั่งให้โรงพิมพ์ พิมพ์ไม่ แม้จะพิมพ์จากแท่นพิมพ์อันเดียวกันกับตั๋วที่แท้จริงก็ตาม ก็ไม่ใช่ตั๋วอันแท้จริง แต่เป็นตั๋วที่พิมพ์เทียมขึ้นโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงว่าเป็นของแท้นับว่าเป็นตั๋วปลอมตามกฎหมาย จำเลยขายตั๋วนี้ไป 5 ม้วนเป็นความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตั๋วปลอมคือตั๋วที่พิมพ์เทียม แม้ใช้แท่นพิมพ์เดียวกันกับของแท้ หากไม่มีคำสั่งพิมพ์จากเจ้าของ
ตั๋วรถรางอันแท้จริงนั้นบริษัทไฟฟ้า ผู้สั่งพิมพ์ได้รับไปจากโรงพิมพ์และได้จ่ายให้คนรถรางเก็บเงินโดยสารลงบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้วส่วนตัวของกลางนี้ถูกพิมพ์ขึ้นอีกชุดหนึ่งต่างหาก โดยบริษัทหาได้สั่งให้โรงพิมพ์พิมพ์ไม่ แม้จะพิมพ์จากแท่นพิมพ์อันเดียวกันกับตั๋วที่แท้จริงก็ตาม ก็ไม่ใช่ตั๋วอันแท้จริง แต่เป็นตั๋วที่พิมพ์เทียมขึ้นโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงว่าเป็นของแท้ นับว่าเป็นตั๋วปลอมตามกฎหมายจำเลยขายตั๋วนี้ไป 5 ม้วนเป็นความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิทำทางจำเป็นเมื่อที่ดินถูกล้อม และการแยกแปลงที่ดินเพื่อพิจารณาทางภาระจำยอม
เป็นเจ้าของที่ดินอยู่แปลงหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับโอนที่ดินมาอีกแปลงหนึ่งแม้ที่ดินที่ได้รับโอนมาใหม่จะมีเขตติดต่อกับที่ดินแปลงเดิมก็ย่อมต้องถือว่า เป็นที่ดินคนละแปลง ฉะนั้นเมื่อโอนขายที่ดินแปลงที่ได้รับโอนมาภายหลังให้แก่คนอื่นไปทั้งแปลง ดังนี้จะถือว่าเป็นที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนจากที่ดินแปลงเดิมของเจ้าของตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1350 ไม่ได้ เพราะเป็นที่ดินต่างแปลงกันมาแต่เดิมเมื่อปรากฎว่าที่ดินแปลงหลังถูกล้อมไม่มีทางออกก็จะนำมาตรา 1350 มาใช้บังคับไม่ได้ ต้องใช้มาตรา 1349 บังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1407/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินถูกล้อมไม่มีทางออก สิทธิทำทางจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349
เป็นเจ้าของที่ดินอยู่แปลงหนึ่งแล้ว ต่อมาได้รับโอนที่ดินมาอีกแปลงหนึ่ง แม้ที่ดินที่ได้รับโอนมาใหม่จะมีเขตติดต่อกับที่ดินแปลงเดิม ก็ย่อมต้องถือว่าเป็นที่ดินคนละแปลง ฉะนั้นเมื่อโอนขายที่ดินแปลงที่ได้รับโอนมาภายหลังให้แก่คนอื่นไปทั้งแปลง ดังนี้ จะถือว่าเป็นที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนจากที่ดินแปลงเดิมของเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ไม่ได้ เพราะเป็นที่ดินต่างแปลงกันมาแต่เดิม เมื่อปรากฏว่า ที่ดินแปลงหลังถูกล้อมไม่มีทางออก ก็จะนำมาตรา 1350 มาใช้บังคับไม่ได้ ต้องใช้มาตรา 1349 บังคับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกเว้นโทษฐานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง เมื่อมีเจตนาใช้สอยเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
จำเลยได้ซื้อไม้ยางแปรรูปแล้ว เพื่อใช้ในการปลูกห้องแถวของจำเลยเอง จำเลยย่อมได้รับยกเว้นโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 50(4)
เมื่อจำเลยมิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้
คำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
เมื่อจำเลยมิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อ พระราชบัญญัติป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้
คำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกเว้นโทษและผลกระทบต่อการริบของกลางในความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ เมื่อจำเลยใช้ไม้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
จำเลยได้ซื้อไม้ยางแปรรูปแล้ว เพื่อใช้ในการปลูกห้องแถวของจำเลยเอง จำเลยย่อมได้รับยกเว้นโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 50(4)
เมื่อจำเลยมิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อ พ.ร.บ. ป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้
คำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
เมื่อจำเลยมิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อ พ.ร.บ. ป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้
คำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าที่ดินเพื่อประกอบธุรกิจคานเรือ ไม่เข้าข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำคานเรือ จำเลยให้การรับในข้อนี้แล้ว ให้การต่อไปอีกว่า ที่ซึ่งจำเลยเช่านี้ใช้ทำเป็นคานเรือและปลูกสร้างโรงเรือนใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุรกิจการค้ามาก่อนโจทก์ซื้อ ถือว่าคำให้การดังกล่าวไม่แสดงว่าจำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอันจะอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะพึงอ้างว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้ โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้อง ถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้ โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้อง ถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าหมดอายุ - การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า - การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำคานเรือ จำเลยให้การรับในข้อนี้แล้วให้การต่อไปอีกว่าที่ซึ่งจำเลยเช่านี้ใช้ทำเป็นคานเรือและปลูกสร้างโรงเรือน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุระกิจการค้ามาก่อนโจทก์ซื้อ ถือว่าคำให้การดังกล่าวไม่แสดงว่าจำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอันจะอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะพึงอ้างว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้องถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้องถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1398/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกห้างหุ้นส่วนและการชำระบัญชี: ศาลจำกัดขอบเขตการวินิจฉัยเฉพาะการเลิกห้างหุ้นส่วนตามกฎหมาย
ห้างหุ้นส่วนสามัญตั้งขึ้นไม่มีกำหนดกาล เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งมีหนังสือมาบอกกล่าวเลิกห้างหุ้นส่วนพร้อมกับเสนอระบุชื่อผู้ชำระบัญชีไปด้วย ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นก็มิได้คัดค้านประการใด ยังกลับตอบรับเห็นชอบและยอมตั้งผู้ชำระบัญชีผู้ที่ระบุไปนั้นด้วย เป็นแต่กำหนดเงื่อนไขไว้บางประการเท่านั้น ดังนี้นับว่าการเลิกห้างหุ้นส่วนและจัดการชำระบัญชีได้กระทำไปแล้วตามกฎหมาย แต่การชำระบัญชีในเรื่องทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจะถูกต้องหรือไม่ ย่อมเป็นประเด็นหนึ่งต่างหาก ฉะนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นจะมาฟ้องศาลขอให้ศาลสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนนั้น และตั้งผู้ชำระบัญชีจัดการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนนี้อีกไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่และยังมีคำขออีกมากมายท้ายฟ้อง แต่ตั้งรูปคดีมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ เพราะเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาท ดังนี้ศาลควรวินิจฉัยเพียงว่าการเลิกห้างหุ้นส่วน และการชำระบัญชีเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ส่วนทรัพย์ในห้างหุ้นส่วนจะมีเท่าใด เป็นส่วนของใครเท่าใด ไม่ควรวินิจฉัยให้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2493)
โจทก์ฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชีใหม่และยังมีคำขออีกมากมายท้ายฟ้อง แต่ตั้งรูปคดีมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ เพราะเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาท ดังนี้ศาลควรวินิจฉัยเพียงว่าการเลิกห้างหุ้นส่วน และการชำระบัญชีเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ส่วนทรัพย์ในห้างหุ้นส่วนจะมีเท่าใด เป็นส่วนของใครเท่าใด ไม่ควรวินิจฉัยให้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 19/2493)