ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ค่าเสียหายจากการทำประโยชน์ในที่พิพาทหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญาซื้อขาย คดีถึงที่สุดศาลบังคับให้จำเลยขายที่รายพิพาทให้แก่โจทก์ แล้วต่อมาโจทก์จะมาฟ้องว่าในระหว่างคดีก่อนนั้นจำเลยเข้าทำผลประโยชน์ในที่รายพิพาท ขอเรียกค่าเสียหายอีกไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ค่าเสียหายจากการทำประโยชน์ในที่พิพาทระหว่างคดีสัญญาซื้อขาย
โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญาซื้อขาย คดีถึงที่สุดศาลบังคับให้จำเลยขายที่รายพิพาทให้แก่โจทก์ แล้วต่อมาโจทก์จะมาฟ้องว่าในระหว่างคดีก่อนนั้นจำเลยเข้าทำผลประโยชน์ในที่รายพิพาท ขอเรียกค่าเสียหายอีกไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ค่าเสียหายจากการทำประโยชน์ในที่พิพาทหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
โจทก์ฟ้องจำเลยเรื่องผิดสัญญาซื้อขาย คดีถึงที่สุดศาลบังคับให้จำเลยขายที่รายพิพาทให้แก่โจทก์ แล้วต่อมาโจทก์จะมาฟ้องว่าในระหว่างคดีก่อนนั้นจำเลยเข้าทำผลประโยชน์ในที่รายพิพาท ขอเรียกค่าเสียหายอีกไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การละเมิดต่อหน้าที่อนุญาตและการกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่
ฟ้องกล่าวว่าจำเลยมีหน้าที่จะต้องอนุญาตให้โจทก์ได้ทำการฆ่าสุกรแต่กลับมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ที่จะไม่ให้ได้ทำการฆ่าสุกรโดยไม่มีอำนาจจะทำได้ เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ก่อให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องรับฟ้องไว้พิจารณาข้อเท็จจริงกันต่อไป
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งขึ้นมาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 นั้นต้องเรียกค่าขึ้นศาล 20 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ข.
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งขึ้นมาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 นั้นต้องเรียกค่าขึ้นศาล 20 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ข.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกเฉยต่อการอนุญาตฆ่าสุกรโดยไม่มีอำนาจ เป็นการละเมิดและก่อให้เกิดความเสียหาย
ฟ้องกล่าวว่าจำเลยมีหน้าที่จะต้องอนุญาตให้โจทก์ได้ทำการฆ่าสุกรแต่กลับมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ที่จะไม่ให้ได้ทำการฆ่าสุกรโดยไม่มีอำนาจจะทำได้ เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ก่อให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องรับฟ้องไว้พิจารณาข้อเท็จจริงกันต่อไป
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งขึ้นมาตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 18 นั้นต้องเรียกค่าขึ้นศาล 20 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ข.
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งขึ้นมาตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 18 นั้นต้องเรียกค่าขึ้นศาล 20 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ข.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การละเมิดหน้าที่ปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ฟ้องกล่าวว่าจำเลยมีหน้าที่จะต้องอนุญาตให้โจทก์ได้ทำการฆ่าสุกรแต่กลับมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ที่จะไม่ให้ได้ทำการฆ่าสุกรโดยไม่มีอำนาจจะทำได้ เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ก่อให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องรับฟ้องไว้พิจารณาข้อเท็จจริงกันต่อไป
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งขึ้นมาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 นั้นต้องเรียกค่าขึ้นศาล 20 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ข.
การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำฟ้องและคู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งขึ้นมาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 นั้นต้องเรียกค่าขึ้นศาล 20 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 ข.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้กระทำผิดในภาวะวิกลจริตไม่มีความผิดทางอาญาตามมาตรา 46
ทำผิดในเวลาเป็นโรคจิต ซึ่งผู้กระทำไม่รู้สึกตัวในเวลาที่ทำได้รับการยกเว้นอาญาตาม มาตรา46
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1111/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดในภาวะวิกลจริตและผลกระทบต่อความรับผิดทางอาญา
ทำผิดในเวลาเป็นโรคจิต ซึ่งผู้กระทำไม่รู้สึกตัวในเวลาที่ทำได้รับการยกเว้นอาญาตาม มาตรา46
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดหลายกระทง ศาลลงโทษตามกระทงที่ความผิดปรากฏหลักฐานชัดเจนได้ แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทลงโทษ
ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่างแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่พิจารณาได้ความก็ได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย ดังนี้แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทลงโทษฐานทำร้ายร่างกายมาก็ตาม เมื่อความผิดฐานทำร้ายร่างกายอาจแยกเป็นความผิดสำเร็จส่วนหนึ่งก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้(อ้างฎีกาที่ 339/2479
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยทำร้ายร่างกาย ดังนี้แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทลงโทษฐานทำร้ายร่างกายมาก็ตาม เมื่อความผิดฐานทำร้ายร่างกายอาจแยกเป็นความผิดสำเร็จส่วนหนึ่งก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้(อ้างฎีกาที่ 339/2479
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลงโทษจำเลยได้ทั้งที่ฟ้องหลายกระทง หากความผิดแต่ละกระทงเป็นความผิดสำเร็จในตัวมันเอง
ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่างแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเองศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทำร้ายร่างกายดังนี้แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทลงโทษฐานทำร้ายร่างกายมาก็ตามเมื่อความผิดฐานทำร้ายร่างกายอาจแยกเป็นบทความผิดสำเร็จส่วนหนึ่งก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้(อ้างฎีกาที่379/2479)
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทำร้ายร่างกายดังนี้แม้โจทก์ไม่ได้อ้างบทลงโทษฐานทำร้ายร่างกายมาก็ตามเมื่อความผิดฐานทำร้ายร่างกายอาจแยกเป็นบทความผิดสำเร็จส่วนหนึ่งก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้(อ้างฎีกาที่379/2479)