ผลการค้นหาตามปี "2519" (1127 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบถ่านไม้ที่ได้มาจากการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ กรณีมีไว้เกินปริมาณที่กำหนด
จำเลยนำถ่านไม้อันเป็นของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีถ่านไม้ดังกล่าวไว้เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้ขอรับอนุญาต เมื่อถ่านไม้ของกลางที่จำเลยมีไว้เกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้แล้ว ถือได้ว่ามีไว้เนื่องจากการกระทำผิดตามความหมายในมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 แล้ว จึงต้องริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบถ่านไม้ที่ได้มาจากการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ กรณีมีไว้เกินปริมาณที่กำหนด
จำเลยนำถ่านไม้อันเป็นของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีถ่านไม้ดังกล่าวไว้เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยไม่ได้ขอรับอนุญาต เมื่อถ่านไม้ของกลางที่จำเลยมีไว้เกินปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด อันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้แล้ว ถือได้ว่ามีไว้เนื่องจากการกระทำผิดตามความหมายในมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 แล้ว จึงต้องริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าไถ่ทรัพย์สินที่ถูกลักทรัพย์ ไม่ถือเป็นราคาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียจากการรับของโจร
โจทก์ฟ้องว่าขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเงิน 1,500 บาทแก่ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายได้ไถ่เครื่องพิมพ์ดีดคืนมาแล้วจากโรงรับจำนำเป็นเงิน 350 บาท เงินค่าไถ่ที่ผู้เสียหายเสียไปนี้ มิใช่ทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไป เนื่องจากการกระทำผิดรับของโจรของจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 จึงไม่พิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าไถ่แก่ผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชดใช้ค่าไถ่ทรัพย์สินที่ถูกลักทรัพย์: ไม่ถือเป็นราคาทรัพย์สินที่สูญเสียไป
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเงิน 1,500 บาทแก่ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายได้ไถ่เครื่องพิมพ์ดีดคืนมาแล้วจากโรงรับจำนำเป็นเงิน 350 บาทเงินค่าไถ่ที่ผู้เสียหายเสียไปนี้มิใช่ทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดรับของโจรของจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 43 จึงไม่พิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าไถ่แก่ผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนขายทรัพย์สินระหว่างการพิจารณาคดีไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.187 หากยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
โจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลและให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ในระหว่างการพิจารณาจำเลยได้โอนขายที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างให้ผู้อื่นทำให้โจทก์เสียหายดังนี้การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 187ซึ่งหมายความถึงกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วจึงจะเป็นความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1284/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดมาตรา 187 ต้องรอคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเสียก่อน
กระทำการอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187 ต้องเป็นกรณีที่ศาลได้คำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1281/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทต่างจากฟ้อง: ศาลยกฟ้องได้ตามกฎหมาย แม้ไม่เคยยกขึ้นในชั้นต้น
ปัญหาว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาต่างกับฟ้องในข้อสารสำคัญให้ศาลต้องยกฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยหรือศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้างได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรค 2 แม้จะมิได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการ-เอกสารสิทธิ รวมถึงฉ้อโกง ธนาคาร พิจารณาโทษจำเลย
การที่จำเลยร่วมกันปลอมบัตรประจำตัวประชาชนและปลอมตั๋วแลกเงินในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2518 ถึงวันที่ 4 เมษายน 2518 นั้น เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,266,91 แต่จำเลยร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนและตั๋วแลกเงินที่ปลอมขึ้นไปใช้ด้วย จึงต้องลงโทษแต่ละกระทงฐานใช้กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรค 2 และการใช้ในคราวเดียวกันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกง ตามมาตรา 342 โดยจำเลยร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง เพื่อให้ได้ทรัพย์สิน คือเงิน 220,000 บาทจากธนาคาร ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอม อันเป็นบทหนัก ตามมาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 266,90
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิ, ฉ้อโกง และการลงโทษกรรมเดียว
การที่จำเลยร่วมกันปลอมบัตรประจำตัวประชาชนและปลอมตั๋วแลกเงินในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2518 ถึงวันที่ 4 เมษายน 2518เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 266,91 แต่จำเลยร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนและตั๋วแลกเงินที่ปลอมขึ้นนั้นไปใช้ด้วยจึงต้องลงโทษแต่ละกระทงฐานใช้กระทงเดียวตามมาตรา 268 วรรค 2 และเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 342ต้องลงโทษฐานใช้ตั๋วแลกเงินปลอมอันเป็นบทหนักตามมาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 266,90
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามฆ่าและการแจ้งความเท็จจากเหตุการณ์ยิง
จำเลยฝ่ายเดียวเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย แล้วไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าผู้เสียหายใช้มีดแทงพยายามชิงทรัพย์จำเลยโดยผู้เสียหายมิได้กระทำผิด จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าและผิดฐานแจ้งความเท็จอีกกระทงหนึ่ง