ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลผูกพันคำพิพากษาคดีอาญาต่อบุคคลภายนอก และอำนาจบังคับจำนอง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 ที่ ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้น ไม่ประสงค์จะให้คำชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญามีผลผูกพันถึงบุคคลนอกคดีด้วย ฉะนั้นถ้าบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นคู่ความแต่เฉพาะในคดีส่วนแพ่งเท่านั้นแล้ว ก็จะนำหลักในมาตรา 46มาใช้แก่บุคคลภายนอกนั้นไม่ได้
ทำใบมอบฉันทะเพื่อยกที่ดินให้ผู้มีชื่อแล้ว ผู้มีชื่อกลับเอาใบมอบฉันทะนั้น ไปใช้ในการจำนองที่ดินนั้นแก่โจทก์ ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่เจ้าของที่ดินนั้นได้
ทำใบมอบฉันทะเพื่อยกที่ดินให้ผู้มีชื่อแล้ว ผู้มีชื่อกลับเอาใบมอบฉันทะนั้น ไปใช้ในการจำนองที่ดินนั้นแก่โจทก์ ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่เจ้าของที่ดินนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลผูกพันคำพิพากษาคดีอาญาต่อคดีแพ่ง: ข้อจำกัดการใช้ ป.วิ.อาญา มาตรา 46 กับบุคคลภายนอกคดี
ป.ม.วิ.อาญามาตรา 46 ที่ว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาานั้น ไม่ประสงค์จะให้คำชี้ขาดข้อเท็จจริงในคดีอาญามีผลผูกพันถึงบุคคลนอกคดีด้วย ฉะนั้นถ้าบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นคู่ความแต่เฉพาะในคดีส่วนแพ่งเท่านั้นแล้ว ก็จะนำหลักในมาตรา 46 มาใช้แก่บุคคลภายนอกนั้นไม่ได้
ทำใบมอบฉันทะเพื่อยกที่ดินให้ผู้มีชื่อแล้ว ผู้มีชื่อกลับเอาใบมอบฉันทะนั้น ไปใช้ในการจำนองที่ดินนั้นแก่โจทก์ ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่เจ้าของที่ดินนั้นได้
ทำใบมอบฉันทะเพื่อยกที่ดินให้ผู้มีชื่อแล้ว ผู้มีชื่อกลับเอาใบมอบฉันทะนั้น ไปใช้ในการจำนองที่ดินนั้นแก่โจทก์ ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่เจ้าของที่ดินนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของพินัยกรรม: พินัยกรรมไม่เป็นแบบ/มีแก้ไข, ดุลยพินิจศาล
พินัยกรรมฝ่ายเมืองนั้นแม้จะไม่ถูกต้องตามแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1658 ถ้าเป็นการถูกต้องอย่างพินัยกรรมแบบธรรมดาแล้ว ก็ต้องถือว่าพินัยกรรมนั้นสมบูรณ์ตามแบบธรรมดาได้
พินัยกรรมมีรอยขีดฆ่า แล้วมิได้เซ็นชื่อกำกับไว้ ถ้าปรากฏว่าข้อความที่ขีดฆ่านั้นเป็นข้อหยุมหยิมเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อสำคัญมิได้ทำให้เสียถ้อยกะทงความตรงไหนแต่อย่างใด เพียงเท่านี้ หาทำให้พินัยกรรมทั้งฉบับนั้นเสียไปไม่ คงต้องถือว่าพินัยกรรมฉบับนั้นมีผลสมบูรณ์อยู่
ในกรณีที่คู่ความมิได้ต่อสู้ไว้ การที่ศาลจะยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างเองนั้นศาลย่อมกระทำในเมื่อเห็นสมควร มิใช่ว่าถ้าเห็นเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ฯลฯ แล้วศาลจะต้องยกขึ้นเองเสมอไป
พินัยกรรมมีรอยขีดฆ่า แล้วมิได้เซ็นชื่อกำกับไว้ ถ้าปรากฏว่าข้อความที่ขีดฆ่านั้นเป็นข้อหยุมหยิมเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อสำคัญมิได้ทำให้เสียถ้อยกะทงความตรงไหนแต่อย่างใด เพียงเท่านี้ หาทำให้พินัยกรรมทั้งฉบับนั้นเสียไปไม่ คงต้องถือว่าพินัยกรรมฉบับนั้นมีผลสมบูรณ์อยู่
ในกรณีที่คู่ความมิได้ต่อสู้ไว้ การที่ศาลจะยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างเองนั้นศาลย่อมกระทำในเมื่อเห็นสมควร มิใช่ว่าถ้าเห็นเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ฯลฯ แล้วศาลจะต้องยกขึ้นเองเสมอไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่สมบูรณ์ตามแบบ แต่ใช้ได้ตามแบบธรรมดา หากข้อขีดฆ่าไม่สำคัญ และศาลมีดุลพินิจอนุญาต
พินัยกรรม์ฝ่ายเมืองนั้นแม้จะไม่ถูกต้องตามแบบตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1658 ถ้าเป็นการถูกต้องอย่างพินัยกรรม์แบบธรรมดาแล้ว ก็ต้องถือว่าพินัยกรรม์นั้นสมบูรณ์ตามแบบธรรมดาไว้
พินัยกรรม์มีรอยขีดฆ่า แล้วมิได้เซ็นชื่อกำกับไว้ ถ้าปรากฎว่าข้อความที่ขีดฆ่านั้นเป็นข้อหยุมหยิมเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อสำคัญมิได้ทำให้เสียถ้อยกะทงความตรงไหนแต่อย่างใด เพียงเท่านี้ หาทำให้พินัยกรรม์ทั้งฉะบับนั้นเสียไปไม่คงถือว่าพินัยกรรม์ฉะบับนั้นมีผลสมบูรณ์อยู่
ในกรณีที่คู่ความมิได้ต่อสู้ไว้ การที่ศาลจะยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างเองนั้น ศาลย่อมกระทำในเมื่อเห็นสมควร มิใช่ว่าถ้าเห็นเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ฯลฯ แล้ว ศาลจะต้องยกขึ้นเองเสมอไป
พินัยกรรม์มีรอยขีดฆ่า แล้วมิได้เซ็นชื่อกำกับไว้ ถ้าปรากฎว่าข้อความที่ขีดฆ่านั้นเป็นข้อหยุมหยิมเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อสำคัญมิได้ทำให้เสียถ้อยกะทงความตรงไหนแต่อย่างใด เพียงเท่านี้ หาทำให้พินัยกรรม์ทั้งฉะบับนั้นเสียไปไม่คงถือว่าพินัยกรรม์ฉะบับนั้นมีผลสมบูรณ์อยู่
ในกรณีที่คู่ความมิได้ต่อสู้ไว้ การที่ศาลจะยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างเองนั้น ศาลย่อมกระทำในเมื่อเห็นสมควร มิใช่ว่าถ้าเห็นเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ฯลฯ แล้ว ศาลจะต้องยกขึ้นเองเสมอไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการอยู่อาศัยตามสัญญาเช่าเดิมของผู้เช่าเดิมและมารดา การฟ้องละเมิดไม่มีสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์อ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดกของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมา ภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดกของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมา ภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้เช่า: กรณีแม่ของผู้เช่า ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่มีละเมิดสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์โดยอ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมาภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมาภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุม: การอ้างกรรมสิทธิ์ทองรูปพรรณทั้งในฐานะผู้ฝากและทายาท ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์
โจทย์ฟ้องเรียกทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งจากจำเลย โดยกล่าวความเป็น 2 นัย ๆ หนึ่งว่า ทองรูปพรรณเป็นของโจทก์ ๆ ฝากผู้มีชื่อไว้แล้วตกไปอยู่แก่จำเลย อีกนัยหนึ่งอ้างว่า โจทก์เป็นทายาทของผู้มีชื่อนั้น ผู้มีชื่อนั้นตาย โจทก์เป็นทายาทผู้เดียวจึงขอรับเอาเป็นมรดกดังนี้ นับว่าเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 172 เพราะไม่แสดงให้แน่ชัดว่าทองรูปพรรณนี้เป็นของโจทก์หรือของผู้มีชื่อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุม: การระบุเจ้าของทรัพย์สินที่ไม่ชัดเจน ทำให้ฟ้องไม่เป็นไปตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องเรียกทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งจากจำเลย โดยกล่าวความเป็น 2 นัยๆ หนึ่งว่า ทองรูปพรรณเป็นของโจทก์ๆ ฝากผู้มีชื่อไว้แล้วตกไปอยู่แก่จำเลย อีกนัยหนึ่งอ้างว่า โจทก์เป็นทายาทของผู้มีชื่อนั้น ผู้มีชื่อนั้นตาย โจทก์เป็นทายาทผู้เดียวจึงขอรับเอาเป็นมรดก ดังนี้ นับว่าเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 เพราะไม่แสดงให้แน่ชัดว่าทองรูปพรรณนี้เป็นของโจทก์หรือของผู้มีชื่อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่สามารถมาแถลงการณ์ตามกำหนดนัด ไม่ถือเป็นกระบวนพิจารณาไม่ชอบ
โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วขอแถลงการณ์ด้วยวาจาด้วย ศาลอุทธรณ์ได้ออกหมายนัดแถลงการณ์ส่งให้โจทก์ แต่ปรากฏว่าทนายโจทก์เพิ่งได้รับหมายนัดแถลงการณ์นั้นเป็นเวลาภายหลังกำหนดนัดไป 2 ชั่วโมง เศษ จึงไม่สามารถมาแถลงการณ์ตามกำหนดเวลาของศาลได้แต่ก็มิได้จัดการแถลงให้ศาลทราบหรือร้องขอแถลงการณ์อีกแต่ประการใด จนล่วงเลยมาถึง 12 วัน ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินคดีไป ดังนี้ ยังไม่มีเหตุที่จะถือว่า ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีไปโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1059/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่ร้องขอแถลงการณ์เพิ่มเติมหลังได้รับหมายนัดช้า ไม่ถือเป็นกระบวนพิจารณาไม่ชอบ
โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วขอแถลงการณ์ด้วยวาจาด้วย ศาลอุทธรณ์ได้ออกหมายนัดแถลงการณ์ส่งให้โจทก์ แต่ปรากฎว่าทนายโจทก์เพื่งได้รับหมายนัดแถลงการณ์นั้น เป็นเวลาภายหลังกำหนดนัดไป 2 ชั่วโมงเศษ จึงไม่สามารถมาแถลงการณ์ตามกำหนดเวลาของศาลได้แต่ก็มิได้จัดการแถลงให้ศาลทราบหรือร้องขอแถลงการณ์อีกแต่ประการใด จนล่วงเลยมาถึง 12 วัน ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินคดีไป ดังนี้ ยังไม่มีเหตุที่จะถือว่า ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีไป โดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา